อาหารสําหรับคนเป็นเบาหวาน

อาหารคนเป็นเบาหวาน-ทานอะไรดี-รักษาเบาหวาน-อาหารเบาหวาน

อาหารคนเป็นเบาหวาน ทานอะไรดี?

โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ส่งผลต่อวิธีที่ร่างกายของเราประมวลผลน้ำตาล โรคเบาหวานที่พบ มีอยู่สองประเภทคือ : เบาหวานชนิดที่ 1 และเบาหวานชนิดที่ 2 หากคุณเป็นโรคเบาหวาน ก็มีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามแผนอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของคุณ ให้เหมาะสม

เมื่อคุณเป็นเบาหวาน ร่างกายของคุณจะไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ ที่จะย่อยสลายอาหารและเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นพลังงานได้ การทานหรือเลือกอาหารที่จะรับประทาน จึงควรจะต้อง “คิดก่อนกิน” อยู่เสมอๆ

อาหารบางประเภท นอกจากที่จะทำให้มีน้ำตาลในเลือดสูงแล้ว ยังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะทำเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดอุดตัน หรือแม้กระทั่งโรคไต ทำให้เกิดความเสียหายของเส้นประสาท (โรคประสาท) ปัญหาทางสายตา (โรคจอประสาทตา) และภาวะอื่นๆ ที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ

ดังนั้นผู้ที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ไม่เหมือนใคร เมื่อต้องจัดการกับระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งรวมถึงการใช้ยาอินซูลินหรือยารับประทานมากกว่าคนที่ไม่มีโรคเบาหวาน เพื่อคงรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในช่วงที่ต้องการ

จริงๆ แล้วอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานนั้น ไม่ได้เป็นอาหารที่มีความพิเศษ ต้องมีราคาแพง หรือมีความแตกต่างจากอาหารที่พวกเรารับประทานกัน ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถทานอาหารที่มีขายตามท้องตลาดได้

เพียงแต่ต้องใส่ใจและเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกอาหารที่จะทาน และต้องควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสม ไม่ให้มาก หรือน้อยเกินไป เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมาก หรือ น้อยเกินไป และควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ในแต่ละวัน

สิ่งสำคัญคือไม่ควรอดอาหาร และแบ่งมื้ออาหารออกเป็นมื้อย่อย 5 มื้อต่อวัน เพื่อไม่ให้แต่ละมื้อรับประทานอาหารมากจนเกินไป เนื่องจากระยะเวลาระหว่างมื้อห่างกันเกินไป จะทำให้เกิดความหิวสะสมที่มากขึ้น และจะทำให้กินจุมากขึ้นกว่าเดิม

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเราเป็นเบาหวานหรือเปล่า?? ลองอ่านบทความนี้ดู

1.ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับอาหารเบาหวาน

กินอาหารที่มีรสหวานมากจะทำให้เป็นเบาหวาน?

ด้วยชื่อของโรคเบาหวาน ทำให้หลายคนมีความเข้าใจผิดว่าโรคเบาหวาน ก็คือโรคของคนที่กินอาหารหวานมาก ดังนั้นคนที่ไม่กินหวานก็จะไม่เป็นโรคเบาหวาน อันนี้ถือเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะเบาหวานสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ใช่แค่เรื่องกินหวานอย่างเดียว

การรับประทานอาหารรสหวานจัด หรือมีน้ำตาลมากๆ ไม่ได้แปลว่าจะเป็นโรคเบาหวานเสมอไป หากเรามีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม ก็ไม่ได้ทำให้เป็นโรคเบาหวานได้เสมอไป แต่การทานของหวานมากเกินไปก็ไม่ได้ส่งผลดีต่อร่างกาย ฉะนั้นเราควรทานน้ำตาลอย่างพอดีในแต่ละวัน และเน้นทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ จะดีที่สุด

อดอาหาร หรือกินอาหารน้อยๆ ถึงจะทำให้น้ำตาลในเลือดลดลง

เป็นความเข้าใจที่ผิดสำหรับคนที่เป็นเบาหวาน จริงอยู่ที่คนที่เป็นเบาหวานจำเป็นต้องควบคุมอาหาร แต่ก็ไม่จำเป็นต้องถึงขนาดอดอาหาร เพราะการอดอาหาร นอกจากจะเป็นอันตรายต่อร่างกายแล้ว ยังไม่ช่วยทำให้น้ำตาลควบคุมง่ายอีกด้วย

เพราะหากน้ำตาลในเลือดสูงก็เป็นอันตราย ในทางตรงกันข้าม น้ำตาลในเลือดต่ำ ก็ทำให้เป็นอันตรายเช่นกัน การทานอาหารที่ดีสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน ควรกระจายอาหารในแต่ละวันเป็นมื้อเล็กๆ เลือกอาหารที่ควรจะกิน แล้วใช้การออกกำลังกายร่วมด้วย จะส่งผลดีต่อร่างกาย หากเราอดอาหาร หรือทานอาหารน้อยเกินไปจะส่งผลกระทบต่อร่างกายเราดังนี้

  • ขาดสารอาหาร เมื่อเราอดอาหาร ก็จะทำให้ร่างกายไม่ได้รับโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ที่สำคัญต่อร่างกาย จะทำให้ร่างกายอ่อนแอลง
  • ร่างกายขาดพลังงานที่มาจากคาร์โบไฮเครตและไขมัน ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่แข็งแรง ไม่มีแรงทำอะไร
  • ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร เพราะไม่มีอาหารลงไป ทำให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารออกมาย่อยผิวกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร จนส่งผลทำให้เกิดอาการปวดท้องตามมา
  • ส่งผลต่อระบบขับถ่าย ทำให้ท้องผูก พอร่างกายไม่มีเข้าไป หรือมีเข้าไปน้อย ทำให้ลำไส้ไม่ได้ทำงาน อาหารอันเก่าก็ยังอยู่ในลำไส้ และไม่มีอาหารใหม่ๆ เข้าไปดันอันเก่าออกมา พอสะสมนานๆ เข้า ก็ทำให้ขับถ่ายน้อยลง ทำให้ท้องผูก
  • ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง ส่งผลทำให้สมองสั่งการให้เกิดความหิวมากขึ้นกว่าเดิม จะทำให้คุณทานเยอะขึ้นกว่าเดิม และพอระดับน้ำตาลในเลือดตำ่ ก็ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรงอีกด้วย

2.คนเป็นเบาหวาน สามารถกินอะไรได้บ้าง?

เป็นเบาหวาน-กินอะไร-ได้บ้าง

เราจะกินอะไรได้บ้าง หากเราเป็นเบาหวาน? หากคุณเป็นเบาหวาน คุณจำเป็นต้องรู้ว่าอาหารชนิดใดที่ปลอดภัยและควรทาน อาหารชนิดไหนที่ต้องหลีกเลี่ยง แต่คุณยังไม่ต้องกังวลมากไปเรื่องอาหาร เพียงแต่ต้องรู้จักอาหาร และเลือกทานอาหารสักหน่อย ก็จะสามารถควบคุมน้ำตาลได้อย่างง่ายๆ และยังสามารถมีความสุขกับการทานอาหารอยู่

คำถามส่วนใหญ่ที่คนเป็นเบาหวานมักจะถามอยู่เสมอๆ คือ
“อาหารอะไรที่คนเป็นเบาหวานทานได้?” หรือ “กินอะไรที่จะทำให้น้ำตาลในเลือดไม่สูง?” 

จริงๆ แล้วอาหารที่เราทานอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา เป็นอาหารที่คนเป็นเบาหวานสามารถทานได้อยู่แล้ว เพียงแต่ส่วนใหญ่เราจะเคยชินกับการทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ หรือ ทานอาหารที่ไม่ครบ 5 หมู่ พอมาบวกกับพฤติกรรมที่ไม่ค่อยขยับตัว ไม่ค่อยออกกำลังกาย ก็ทำให้น้ำตาลในเลือดสะสมเรื่อยๆ จนสูงขึ้น จนเป็นอันตรายต่อร่างกาย

หากเราเลือกอาหารที่ทานในแต่ละวัน หรือควบคุมปริมาณอาหารที่ทำให้น้ำตาลขึ้นสูง เช่น อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนประกอบ ซึ่งทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นสูง ยกตัวอย่างเช่น ข้าว, แป้ง, น้ำตาลหรือนม ก็จะทำให้น้ำตาลในเลือดไม่สูง อยู่ในระดับที่ควบคุมได้

หรืออย่างขนมต่างๆ เช่น เบเกอรี่, ชีส พวกนี้หากเราทานอย่างพอดี ไม่เยอะ ไม่บ่อย ก็สามารถทานได้ ทำให้เราก็ยังมีความสุขในการทานอาหารได้ แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายเอาอาหารที่เราทานเหล่านั้น ไปใช้เป็นพลังงาน เพื่อไม่ให้มีน้ำตาล หรือ ไขมัน ไปสะสมในร่างกาย เรามาดูกันว่าอาหารอะไรที่คนเป็นเบาหวานควรทาน หรือ ไม่ควรทาน


อาหารที่ทานได้ “ไม่จำกัด” สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน มีดังนี้

  • ผักใบเขียว
  • ผักที่มีก้าน เช่น ผักบุ้ง, คะน้า
  • ผักตระกูลถั่ว เช่น ถั่วฝักยาว, มะเขือยาว, ถั่วงอก
  • ผลไม้ที่มีกากใยสูง เลือกที่ไม่หวานจัด เช่น ฝรั่ง, มะละกอ, แอปเปิ้ล

อาหารที่ทานได้แต่ “จำกัดปริมาณ” สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน มีดังนี้

  • นมต่างๆ เช่น นมจืด, นมถั่วเหลืองไม่มีน้ำตาล, นมพร่องมันเนย ให้ทานวันละประมาณ 250cc. (1-2 แก้ว)
  • ข้าวและธัญพืชต่างๆ ข้าวควรทานเป็นข้าวกล้อง หรือข้าวที่ไม่ขัดสี ปริมาณที่เหมาะสมคือ 8-9 ทัพพี/วัน
  • ก๋วยเตี๋ยว, เผือก, มัน, มันฝรั่ง
  • เนื้อสัตว์ต่างๆ ความทานที่ไม่ติดมัน แนะนำให้ทานเนื้อปลา, เต้าหู้ หรือเนื้อสัตว์ในส่วนที่ย่อยง่าย
  • ไข่ต่างๆ ไข่ทั้งฟองสามารถทานได้ในผู้ที่ไม่มีภาวะโคเลสเตอรอลสูง แต่ถ้าเป็นไข่ขาว สามารถทานได้ประมาณ 12 ช้อนทานข้าว/วัน
  • ไขมัน ควรทานน้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง หลีกเลี่ยงน้ำมันจากสัตว์ น้ำมันมะพร้าว หรือกะทิ และครีมเทียม
  • น้ำตาล และ เกลือ ควรลดการปรุงอาหารโดยใช้น้ำตาลหรือเกลือเยอะเกินความจำเป็น สำหรับคนที่ติดหวาน สามารถใช้สารแทนความหวานได้

อาหารที่ “ควรหลีกเลี่ยง” สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน มีดังนี้

  • ขนมหวาน หรือ อาหารที่มีความหวานมาก เช่น ขนมหวานต่างๆ, ขนมที่มีกะทิเป็นส่วนผสม, เบเกอรี่และคุ้กกี้
  • เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม, ชา, กาแฟ, เครื่องดื่มบำรุงกำลัง
  • อาหารทอด อาหารมัน เช่น ปาท่องโก๋, แกงกะทิ, มันฝรั่งทอด, อาหารปิ้ง ย่าง
  • ผลไม้เชื่อม ผลไม้อบน้ำผึ้ง รวมถึงผลไม้กระป๋อง
  • อาหารที่ปรุงด้วยไขมันอื่มตัว เช่น ไขมันสัตว์, ไส้กรอก, เนย, ครีม
  • อาหารหมักดอง อาหารตากแห้งต่างๆ เช่น ผักดอง, ปลาร้า, ปลาเค็ม, เต้าหู้ยี้

3.เราสามารถกินอาหารได้มากแค่ไหนถ้าเป็นเบาหวาน?

เป็นเบาหวาน-ทานของหวาน-ได้ไหม

คุณอาจเคยได้ยินมาว่าคุณต้องกินน้อยลงเมื่อคุณเป็นเบาหวาน แต่คำถามคือ ปริมาณอาหารเท่าไหร่ที่เรียกว่ามากไปหรือน้อยไป? มีหลายปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดปริมาณอาหารที่ทานในแต่ละวัน สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน แพทย์หรือนักโภชนาการอาจสามารถช่วยคำนวณความต้องการแคลอรี่ในแต่ละวันของคุณและแนะนำให้ปรับเปลี่ยนอาหารหากจำเป็นได้

แต่หากคุณไม่มีนักโภชนาการหล่ะ? ไม่ต้องกังวลไป เรามีวิธีง่ายๆ ในการดูว่าคุณควรทานอาหารเท่าไหรในแต่ละวัน

ปัจจัยสำคัญคือ อย่าอดอาหาร เพราะการอดอาหาร จะทำให้ร่างกายกระตุ้นให้เราหิวมากขึ้น และจะทำให้เรากินอาหารในปริมาณที่มากกว่าปกติในมื้อถัดไป เทคนิคคือให้แบ่งอาหารออกเป็นมื้อย่อยๆ จากปกติเราทานอาหาร 3 มื้อในแต่ละวัน ให้แบ่งออกเป็น 5 มื้อในแต่ละวัน เพื่อให้เราไม่ต้องกินอาหารเยอะเกินในแต่ละมื้อ แต่ให้ใช้การทานให้น้อยกว่าปกติ แต่ทานให้มื้ออาหารเยอะกว่า เช่น ปกติเราทานข้าว 2 ทัพพีในแต่ละมื้อ อาจลดลงเหลือ 1 ทัพพีใน 1 มื้อ

สั่งสำคัญคือให้ลดปริมาณ แป้ง และ น้ำตาล ในมื้ออาหารลง เพราะทั้ง 2 ตัวนี้เป็นตัวที่จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ให้ไปเพิ่ม เนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย และเน้นทานผักผล ไม้ที่มีกากใยสูง เพื่อจะทำให้ร่างกายอิ่มได้ง่าย และอิ่มได้นาน

แล้วอาหารประเภทแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตควรทานเท่าไหร่ในแต่ละวัน?
สมาคมโรคเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกา (American Diabetes Association หรือ ADA) ระบุว่า ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเบาหวานนั้น จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล บางคนควรกินคาร์โบไฮเดรตไม่เกินวันละ 20 กรัม ในขณะที่บางคนควรกินคาร์โบไฮเดรตได้ถึงวันละ 70-90 กรัม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาวะของโรค ระดับน้ำตาลในเลือดที่ต้องการ และพลังงานที่ต้องเราใช้ในแต่ละวัน

หากอยากรู้ว่าตัวเองควรกินคาร์โบไฮเดรตในปริมาณเท่าไหร่ คุณอาจจะต้องใช้วิธีวัดระดับน้ำตาลในเลือดก่อนกินอาหาร และหลังกินอาหาร 1-2 ชั่วโมง คุณควรรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ต่ำกว่า 140 mg/dL เพราะหากสูงกว่านั้นจะทำให้ระบบประสาทถูกทำลายได้

ผู้ป่วยโรคเบาหวานมักไม่รู้สึกหิวจนกว่าจะรับประทานอาหารไปได้ระยะหนึ่ง ดังนั้น ความหิวจึงไม่ใช่เครื่องบ่งชี้ได้เสมอไปว่าเมื่อไหร่ควรหยุดกิน อย่างไรก็ตาม หากคุณรู้สึกหิวในตอนกลางคืน อาจหมายความว่าคุณทานอาหารน้อย หรือไม่ได้ทานอาหารตั้งแต่ตอนเย็นก่อนหน้านี้ ให้คุณลองดื่มน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และดูว่าจะช่วยให้รู้สึกหิวน้อยลงหรือไม่ ดีกว่าที่จะทานอาหารหนักๆ กลางดึก ซึ่งจะทำให้อาหารย่อยได้ไม่เพียงพอ และจะทำให้แป้งและไขมัน ตกค้างอยู่ในร่างกายมากกว่าปกติ

ปรึกษาปัญหาสุขภาพ หรือสั่งซื้อสินค้า

พร้อมรับส่วนลดราคาพิเศษ และจัดส่งให้ฟรี เพื่อคุณโดยเฉพาะ!!

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญ โทร.093-589-3555

เพิ่มเพื่อนกับเราค้นหาชื่อ @inthanonherbal ในไลน์

คุณไสว-profile-รีวิว

“ดิฉันได้ลองทานจิมเนม่าแล้วรู้สึกชอบมาก รู้สึกได้ว่าช่วยเรื่องเบาหวานได้ดี” – คุณไสว ผู้ป่วยเบาหวาน ⭐⭐⭐⭐⭐

สั่งซื้อผ่าน Lazada หรือ Shopee สั่งได้เลย มีส่วนลดผ่อนชำระได้
สะลอง-lazada-shop-icon
shopee-shop-icon

4.อาหารเพื่อสุขภาพสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2

อาหาร-สำหรับ-ผู้ป่วยเบาหวาน-ชนิดที่1-ชนิดที่2

โรคเบาหวานเป็นโรคที่ร่างกายไม่สามารถผลิตหรือตอบสนองต่ออินซูลินได้ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หมายความว่าระดับน้ำตาลในเลือดของคุณอาจสูงเกินไปอย่างรวดเร็วหลังรับประทานอาหาร บางครั้งแม้จะมาจากแค่มื้อเดียวก็ตาม!

แต่ข่าวดีก็คือเราไม่ต้องละทิ้งการกินอาหารที่เราชอบเลย แต่คุณจะต้องระมัดระวังการทานอาหารให้มากขึ้น ว่ากินอาหารประเภทไหนที่เหมาะกับคนที่เป็นเบาหวาน เราต้องเน้นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เน้นการทานอาหารที่ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารประเภท ต้ม ตุ๋น นึ่ง ย่าง หรือยำ ให้หลีกเลี่ยงอาหารประเภททอด หรืออาหารที่มีไขมันสูง เช่น กะทิ และให้ควบคุมอาหารที่มีแป้ง หรือน้ำตาลสูงๆ ให้ดี เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดี ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 1 หรือ ประเภทที่ 2 ก็ตาม

ทำไมถึงต้องควบคุมการทานอาหารที่เป็นแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรต?

เพราะเวลาที่เรากินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเข้าไป ร่างกายจะย่อยคาร์โบไฮเดรตให้เป็นกลูโคส (Glucose) ซึ่งก็คือน้ำตาลที่อยู่ในเลือดเรานั่นเอง และเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ตับซึ่งทำหน้าที่ผลิตอินซูลิน (ฮอร์โมนที่นำน้ำตาลกลูโคสจากเลือดเข้าสู่เซลล์) ก็ต้องทำงานหนักขึ้น ตามไปด้วย

สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดในแต่ละวันจะอยู่ในระดับที่ค่อนข้างคงที่ ไม่เปลี่ยนแปลงขึ้นลงมาก ผิดกับคนที่เป็นโรคเบาหวานซึ่งระดับน้ำตาลในเลือดจะค่อนข้างแปรปรวน และการที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำเกินไป ก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้หลายด้านเลยทีเดียว

ขณะที่ขนมหวาน หรือน้ำหวานต่างๆ ก็เป็นอาหารที่คนเป็นเบาหวานควรหลีกเลี่ยง เพราะส่วนใหญ่จะมีแป้งเป็นส่วนผสม และยังมีน้ำตาลสูงอีกด้วย หากอยากทานจริงๆ ให้เปลี่ยนไปทานผลไม้แทน หรือใช้การทานอาหารในมื้อนั้นๆ ให้น้อยลง เพื่อทดแทนขนมที่เราทานเข้าไป

สำหรับน้ำหวานต่างๆ ให้หลีกเลี่ยง แล้วไปดื่มพวกน้ำผลไม้คั้นสด หรือดื่มชาสมุนไพรแทน โดยตอนนี้เรามีชาสมุนไพรที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้แล้วด้วย ซึ่งปลอดภัย และทานได้ต่อเนื่อง และช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีด้วย

สั่งซื้อชาสมุนไพรเพื่อควบคุมระดับน้ำตาล ที่ขายดีที่สุดในขณะนี้

5.อาหารอะไร ที่ดีที่สุดสำหรับคนเป็นเบาหวาน

ต้องขอบอกว่าไม่มีอาหารอะไรที่ดีสุดสำหรับคนเป็นเบาหวานโดยเฉพาะ แต่การวางแผนและการควบคุมอาหารในแต่ละมื้อ นั่นคืออาหารที่ดีที่สุดของคนเป็นโรคเบาหวานมากกว่า อาหารบางชนิดหากทานในปริมาณที่มากไป ก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นจนเป็นอันตราย หรือการไม่ทานอาหารมากเกินไป จนร่างกายขาดสารอาหาร วิตามิน เกลือแร่ที่จำเป็น ก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ไม่แข็งแรงได้

ผู้ป่วยเบาหวานควรจะต้องรู้ตัวอยู่เสมอว่า เราไม่สามารถทานอาหารได้เหมือนคนปกติทั่วไป แต่ก็ไม่ถึงกับไม่ทานอะไรเลย เพียงแต่ต้อง “คิดก่อนกิน” ยังมีอาหารอีกมากมายที่จะทำให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถมีความสุขกับการทานอาหารได้ และมีความสุขกับการใช้ชีวิต

การทานอาหารที่รสไม่จัด ก็นับว่าเป็นอาหารที่ดีที่สุดของคนเป็นเบาหวาน อาหารรสเค็ม จะมีโซเดียม (sodium) สูง จะทำให้ความดันในเลือดสูงขึ้นได้ และอาหารสเผ็ด ก็เป็นตัวที่ทำให้เราเจริญอาหาร ทำให้กินจุกว่าเดิม การทานอาหารรสไม่จัด ก็ถือว่าเป็นอาหารที่ดีที่สุด และเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อทำให้อาการของโรคเบาหวาน ควบคุมได้ง่ายขึ้น

ผู้ป่วยเบาหวานก็ควรที่จะงดเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอลล์ด้วย เพราะแอลกอฮอลล์จะเป็นตัวที่ทำให้แคลอรีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นการลดการดูดซึมวิตามินและเกลือแร่ในอาหาร และในเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบของน้ำตาล หรือน้ำเชื่อมสูง ก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นด้วย

ป้าคำน้อย-เป็นเบาหวาน-ดีขึ้น-จิมเนม่า-สมุนไพร
รีวิว-เบาหวาน-น้ำตาลลดลง-ในหนึ่งชั่วโมง

6.อาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ แนวทางใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน (Ketogenic Diets)

อาหารที่เราทานอยู่ทุกวันนี้นั้น มีสารอาหารที่ร่างกายเราสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานและอื่นๆ ตามที่ต้องการอยู่มากมาย แต่หนึ่งในนั้นก็คือคาร์โบไฮเดรต ซึ่งมี 2 รูปแบบคือ
น้ำตาล เช่นน้ำตาลฟรุกโคส กลูโคสและแลคโตส อีกรูปแบบนึงคือแป้ง ซึ่งพบในอาหารเช่นผักที่เป็นหัว เช่น มันหรือข้าวโพด, ธัญพืช, ข้าว, แป้ง

เนื่องจากอาหารที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต หรือแป้ง เมื่อทานเข้าไปจะถูกร่างกายย่อยให้เป็นน้ำตาล ซึ่งจะถูกสะสมอยู่ในเลือดของเรา ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงต้องคำนึงถึงการรับประทานอาหารที่มีแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรตให้มาก หากทานมากเกินไป จะทำให้น้ำตาลในเลือดสูง จนเป็นอันตรายได้

อาหารที่มีส่วนผสมของแป้ง และคาร์โบไฮเดรต ยกตัวอย่างเช่น

  • ข้าว
  • ขนมปัง
  • ผักที่มีแป้งมาก เช่น มัน เผือก มันฝรั่ง ข้าวโพด
  • นมวัว
  • ธัญพืชหรือถั่วบางชนิด
  • เส้นก๋วยเตี๋ยว หรือพาสต้า
  • ขนมหวานที่มีส่วนผสมของแป้ง

งานศึกษาวิจัยหลายชิ้นระบุว่า การทานอาหารที่มีแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรตต่ำ จะช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมโรคได้ดีขึ้น โดยงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ที่มีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่กินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน พบว่าพวกเขาสามารถควบคุมโรคเบาหวานได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน

และสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ที่ได้รับการควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ได้รับในแต่ละวัน ก็มีระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจด้วยเช่นกัน

อาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำหรือ Keto เป็นรูปแบบการรับประทานอาหารที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เป็นวิธีการทานอาหารที่จำกัดคาร์โบไฮเดรต แต่ยังทานอาหารมีไขมันที่สูง เริ่มมีความนิยมอย่างแพร่หลายในเวลาไม่กี่ปีมานี้ เรียกวิธีการนี้ว่า คีโต (Keto)

และการรับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ (Keto) ได้รับการรับรองว่ามีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคเบาหวานและช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ด้วย กระบวนการคีโตซิสจะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายรับรู้ว่าระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง จึงจำเป็นต้องเผาผลาญพลังงานจากไขมันแทน

กระบวนการคีโซซิสเกิดขึ้นที่ตับ โดยร่างกายจะนำไขมันที่เก็บสะสมไว้ในช่องท้องออกมาเปลี่ยนให้เป็นกรดไขมัน และได้เป็นสารประเภทคีโตน (Ketones) ซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้ ก็จะให้คนที่ทานคีโคสามารถลดน้ำลงได้ด้วย

7.คิดให้ดีก่อนกิน เมื่อคุณเป็นเบาหวาน

เป็นเบาหวาน-ทานอะไร-ได้บ้าง

เมื่อเราเป็นเบาหวานแล้ว ความเครียด กังวล ก็ไม่ได้ช่วยทำให้อาการดีขึ้น หรือการอดอาหาร ไม่ยอมทานอะไรเลย ก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีสำหรับผู้ป่วยเบาวาน แพทย์ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรอดอาหาร แต่ให้ “ควบคุม” อาหารแทน

อาหารที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ใช่อาหารที่มีราคาแพง หรือเป็นอาหารนำเข้า หากแต่เป็นอาหารที่สามารถหาได้ทั่วไป แต่เพียงว่าเราต้องเลือกทาน และรู้ว่าอาหารแต่ละชนิดอะไรทานได้เยอะหรือน้อย นั่นคือการ “คิดก่อนกิน” แล้วใช้การควบคุมการทานอาหารบางอย่าง เช่น ข้าว ให้น้อยลง

เนื่องจากประเทศไทยบริโภคข้าวเป็นหลัก แต่ข้าวสามารถเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในร่างกายเราได้ดังที่กล่าวมาแล้ว แต่ผู้ป่วยเบาหวานก็ยังจำเป็นต้องทานข้าว เพื่อให้ร่างกายมีพลังงาน จะได้ไม่อ่อนเพลีย รวมถึงอาหารประภทไขมัน ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้ทาน แต่ต้องจำกัดการทานไม่ให้มาเกินไปในแต่ละวัน และเลือกทานอาหารที่มีไขมันที่ดี

เพราะไขมันเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง และช่วยทำให้ร่างกายเราอบอุ่น อีกทั้งในไขมันยังมีกรดไขมันที่จำเป็น และช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และ วิตามินเค ไขมันแบ่งเป็น 3 กลุ่มตามชนิดของกรดไขมัน คือ ไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว ไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง และไขมันอิ่มตัว

เราควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว และ คอเลสเตอรอล ซึ่งพบในไขมันที่มาจากสัตว์ เครื่องในสัตว์ กะทิ อาหารทอด ไอศกรีม รวมถึงไขมันทรานส์  ซึ่งเป็นไขมันพืชที่มีการดัดแปลงให้เป็นของแข็ง เช่น มาการีน เนยขาว ซึ่งเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ขนมอบ เช่น เค้ก คุกกี้ เป็นต้น เมื่อเราทราบถึงประเภทของแป้ง และไขมันต่างๆ แล้ว เราจะสามารถคิดให้ดีก่อนทานอาหาร เพื่อไม่ให้กระทบกับโรคเบาหวานได้

8.วิธีการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของคุณ นอกจากการทานอาหาร

เราทุกคนรู้ดีว่าการกินอาหารเพื่อสุขภาพและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญต่อผู้ป่วยเบาหวานเพียงใด แต่รู้หรือไม่ว่าประเภทของอาหารที่คุณกินสามารถส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของคุณได้? นอกจากการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูงแล้ว ยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ผู้ป่วยเบาหวานต้องดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่า เราได้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างเหมาะสมแล้ว

ขั้นตอนการดูแลระดับน้ำตาลในเลือดในแต่ละวัน

  • ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำทุกวัน
  • ทานยาตามที่แพทย์กำหนด
  • ควบคุมอาหารให้ดี
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
  • มองหาการรักษาโรคเบาหวานอย่างยั่งยืน ด้วยการใช้ “สมุนไพรรักษาเบาหวาน” ร่วมกันยาแผนปัจจุบัน

นอกจากอาหารที่ดีจะช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้แล้ว ผู้ป่วยเบาหวานควรทานน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน เพราะการทานน้ำน้อยจะทำให้เลือดในร่างกายเหนียวข้น เพราะมีน้ำตาลในเลือดสูง การทานน้ำเปล่าที่เพียงพอจะช่วยละลายเลือดให้ใส ลดการเกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ นอกจากนี้ การพักผ่อนที่เพียงพอ และการไม่เครียด มีอารมณ์ที่แจ่มใส การออกกำลังการเป็นประจำ ก็ช่วยทำให้โรคเบาหวานบรรเทาเบาบางลงไปได้ด้วย

รีวิว-ป้าอ๊อด-เบาหวาน-น้ำตาลลด-ผักเชียงดา
รีวิว-ผู้ป่วย-เบาหวาน-น้ำตาลสูง-รักษา-จิมเนม่า

9.อาหารเสริมและวิตามินจะช่วยเบาหวานของฉันได้หรือไม่?

โรคเบาหวานเป็นภาวะที่สามารถควบคุมได้ด้วยการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ยา แล้วพวกอาหารเสริมหล่ะ? การทานวิตามินจะช่วยควบคุมโรคเบาหวานได้หรือไม่? คำตอบนี้ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละบุคคล ตัวอย่างเช่น วิตามินดี (Vitamin D) มีประโยชน์สำหรับผู้ที่ขาดวิตามินดีเนื่องจากขาดแสงแดดหรือขาดอาหาร อย่างไรก็ตาม หากคุณมีวิตามินดีในร่างกายเพียงพออยู่แล้ว การเติมวิตามินดีเข้าไปอีกอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้

มีอาหารเสริมและวิตามินมากมายในท้องตลาดที่อ้างว่าช่วยเรื่องโรคเบาหวานได้ แต่ไม่ใช่ทุกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าการทานวิตามินอีสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ 20%

หรือการทานอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ (Keto) ก็เป็นวิธีการรับประทานอาหารที่จำกัดการทานคาร์โบไฮเดรต ที่มีความสัมพันธ์กับการลดการเกิดปัจจัยเสี่ยงสำหรับโรคหัวใจ คอเลสเตอรอลสูง โรคอ้วน และโรคเบาหวานได้ ก็เป็นอีกวิธีที่คนเป็นเบาหวานนิยมใช้ควบคุมน้ำตาลในเลือด

อีกหนึ่งวิธีที่ใช้ในการรักษาโรคเบาหวานและเริ่มเป็นที่นิยมในขณะนี้คือ การใช้สมุนไพรในการรักษาโรคเบาหวาน โดยเฉพาะผักเชียงดา ที่มีงานวิจัยจากทั้งในและต่างประเทศมากมายว่ามีสรรพคุณในการช่วยลดน้ำตาล ช่วยลดความดัน ไขมัน ในร่างกายได้เป็นอย่างดี สมุนไพรธรรมชาติมีข้อดีคือ ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย สามารถทานได้ต่อเนื่อง แต่ต้องเลือกที่เป็นตำรับยา และมีการผลิตที่ได้มาตรฐาน แนะนำสมุนไพรผักเชียงดายี่ห้อ “จิมเนม่า” ที่มีงานวิจัยรองรับ และเป็นสูตรที่เป็นตำรับยา คือมีสมุนไพรมากกว่า 10 ชนิด ที่จะช่วยผู้ป่วยเบาหวานสู้กับโรคนี้ได้เป็นอย่างดี และทานได้ต่อเนื่องไม่มีอันตราย และสารตกค้างในร่างกาย

สรุป

ถึงแม้ว่าโรคเบาหวานจะเป็นโรคที่อยู่กับเราตลอดชีวิต แต่ผู้ป่วยเบาหวานไม่จำเป็นต้องสิ้นหวัง และไม่จำเป็นต้องไม่มีความสุขในการทานอาหาร ยังมีอาหารอร่อยๆ ที่ถูกปาก แล้วยังสามารถควบคุมน้ำตาลและไขมันในร่างกายได้เป็นอย่างดีอีกเป็นจำนวนมาก เพียงแต่เราต้องรู้ว่าอะไรควรทาน หรืออะไรไม่ควรทาน

และการดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคเบาหวาน

แต่หากเราไม่สามารถควบคุมอาหารได้ เนื่องจากรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน ความเร่งรีบ หรือต้องการความสะดวก การใช้สมุนไพรที่สามารถลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมัน และช่วยควบคุมน้ำหนักได้ ก็เป็นทานเลือกที่ดี และปลอดภัย สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ปรึกษาปัญหาสุขภาพ หรือสั่งซื้อสินค้า

พร้อมรับส่วนลดราคาพิเศษ และจัดส่งให้ฟรี เพื่อคุณโดยเฉพาะ!!

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญ โทร.093-589-3555

เพิ่มเพื่อนกับเราค้นหาชื่อ @inthanonherbal ในไลน์

คุณไสว-profile-รีวิว

“ดิฉันได้ลองทานจิมเนม่าแล้วรู้สึกชอบมาก รู้สึกได้ว่าช่วยเรื่องเบาหวานได้ดี” – คุณไสว ผู้ป่วยเบาหวาน ⭐⭐⭐⭐⭐

สั่งซื้อผ่าน Lazada หรือ Shopee สั่งได้เลย มีส่วนลดผ่อนชำระได้
สะลอง-lazada-shop-icon
shopee-shop-icon

Leave a Comment

Scroll to Top

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า